
ใน Part 1 เรารู้จักแล้วว่า Python คืออะไร และเตรียมตัวอะไรมาแล้ว คราวนี้ถึงเวลา เขียนโค้ดจริง สิครับ เราจะเริ่มจากพื้นฐานที่ทุกภาษาต้องมี: ตัวแปร ชนิดข้อมูล เงื่อนไข และการทำซ้ำ (loop)
ตัวแปร (Variable) คืออะไร?
ตัวแปรคือ กล่องที่เก็บข้อมูล คุณตั้งชื่อให้กล่องนั้น แล้วใส่ค่าลงไป Python จะเดาชนิดข้อมูลให้เอง ไม่ต้องประกาศแบบภาษาอื่น
name = "lynn" # เก็บข้อความage = 25 # เก็บตัวเลขheight = 1.72 # เก็บทศนิยมis_student = False # เก็บจริง/เท็จ (True/False)กฎการตั้งชื่อตัวแปร:
- ใช้ตัวอักษร a-z, A-Z, ตัวเลข และ
_เท่านั้น - ห้ามขึ้นต้นด้วยตัวเลข (
1nameผิด,name1ถูก) - ห้ามใช้คำสงวนของภาษา เช่น
if,for,class - ตั้งชื่อให้สื่อความหมาย จะดีกว่า
x,tmp
ลองพิมพ์ดู:
name = "lynn"print("สวัสดีครับ", name)สวัสดีครับ lynnชนิดข้อมูล (Data Types) พื้นฐาน
Python มีชนิดข้อมูลหลักที่ควรรู้ 4 ตัว:
| ชนิด | ตัวอย่าง | อธิบาย |
|---|---|---|
str (ข้อความ) |
"สวัสดี" |
ครอบด้วย "" หรือ '' |
int (จำนวนเต็ม) |
42 |
ไม่มีทศนิยม |
float (ทศนิยม) |
3.14 |
มีจุดทศนิยม |
bool (จริง/เท็จ) |
True / False |
ใช้ในเงื่อนไข |
เช็คชนิดข้อมูลด้วย type():
print(type(42))print(type("42"))print(type(3.14))<class 'int'><class 'str'><class 'float'>แปลงชนิดข้อมูล (Casting) เวลารับค่าจากผู้ใช้มักได้เป็นข้อความ ต้องแปลงก่อนคำนวณ:
age = input("อายุคุณเท่าไหร่: ") # ได้เป็น str เสมอage = int(age) # แปลงเป็น intprint("ปีหน้าคุณจะ", age + 1, "ปี")อายุคุณเท่าไหร่: 25ปีหน้าคุณจะ 26 ปีโครงสร้างควบคุม: if / elif / else
ใช้ตัดสินใจว่า “ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง ให้ทำอะไร” สังเกตว่าหลัง if ต้องมีเครื่องหมาย : และ บล็อกโค้ดย่อเข้าย่อหน้า (indent) — นี่คือจุดที่มือใหม่สะดุดบ่อย เพราะ Python ใช้ช่องว่างแทนปีกกา { }
score = 85
if score >= 80: print("เกรด A")elif score >= 70: print("เกรด B")elif score >= 60: print("เกรด C")else: print("ต้องติวเพิ่ม")เกรด Aตัวดำเนินการที่ใช้บ่อย:
==เท่ากับ,!=ไม่เท่ากับ><>=<=เปรียบเทียบandornotนำเงื่อนไขมารวมกัน
if age >= 18 and is_student: print("เป็นนักศึกษาผู้ใหญ่แล้ว")การทำซ้ำ (Loop)
for loop — วนลูปตามรายการ
fruits = ["แอปเปิ้ล", "กล้วย", "ส้ม"]for fruit in fruits: print("ฉันชอบ", fruit)ฉันชอบ แอปเปิ้ลฉันชอบ กล้วยฉันชอบ ส้มใช้ range() สร้างลำดับตัวเลข:
for i in range(5): # 0,1,2,3,4 print("รอบที่", i + 1)รอบที่ 1รอบที่ 2รอบที่ 3รอบที่ 4รอบที่ 5while loop — ทำซ้ำตราบใดที่เงื่อนไขเป็นจริง
count = 0while count < 3: print("นับ", count) count = count + 1 # อย่าลืมเปลี่ยนค่า ไม่งั้นลูปไม่จบ (infinite loop)นับ 0นับ 1นับ 2ลองรวมกัน: ตัวอย่างจริง
โปรแกรมเล็กๆ ที่รับอายุแล้วบอกว่าเป็นวัยไหน พร้อมนับถอยหลัง:
name = input("ชื่อของคุณ: ")age = int(input("อายุ: "))
if age < 13: group = "เด็ก"elif age < 20: group = "วัยรุ่น"else: group = "ผู้ใหญ่"
print(f"{name} เป็น{group}")
print("นับถอยหลัง:")for i in range(age, age - 3, -1): print(i)ชื่อของคุณ: lynnอายุ: 25lynn เป็นผู้ใหญ่นับถอยหลัง:252423สังเกต f"..." คือ f-string — ใส่ตัวแปรลงในข้อความด้วย { } ได้เลย สะดวกกว่าเติมทีละท่อน
สรุป
Part 2 นี้คุณได้เขียนโค้ดจริงแล้ว:
- ตัวแปร เก็บข้อมูลและตั้งชื่อให้สื่อความหมาย
- ชนิดข้อมูล
strintfloatboolและการแปลง type - if/elif/else ตัดสินใจ โดยย่อหน้าโค้ดด้วย indent
- for / while ทำซ้ำได้ทั้งตามรายการและตามเงื่อนไข
ใน Part 3 เราจะไปต่อที่ ฟังก์ชัน (function) การนำโค้ดมาจัดเป็นก้อน reusable และ list/dictionary ที่จะทำให้จัดการข้อมูลหลายตัวง่ายขึ้น
ติดตามต่อใน Part 3 นะครับ